การจัดหางานโดยหน่วยงานรัฐบาลกับหน่วยงานเอกชน

การจัดหางานในประเทศไทยจะมีอยู่ 2 ลักษณะ กัน ได้แก่ การจัดหางานโดยรัฐ และการจัดหางานโดยภาคเอกชน

การจัดหางานโดยรัฐ

กรมการจัดหางาน มีภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมการมีงานทำและคุ้มครองคนหางาน โดยการศึกษา วิเคราะห์สภาวะตลาดแรงงานและแนวโน้มตลาดแรงงาน เป็นศูนย์กลางข้อมูลตลาดแรงงาน รวมทั้งพัฒนาและส่งเสริมระบบการบริหารด้านการส่งเสริมการมีงานทำ เพื่อให้ประชากรมีงานทำที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถและความถนัดไม่ถูกหลอกลวง ตลอดจนได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมและเป็นธรรม มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

  • ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยกรมการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน กฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าวและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
  • วิเคราะห์สภาวะตลาดแรงงานและแนวโน้มความต้องการแรงงานและเป็นศูนย์ทะเบียนข้อมูลตลาดแรงงาน
  • พัฒนาระบบ รูปแบบ มาตรการ และวิธีการด้านการจัดหางาน จัดทำและประสานแผนการปฏิบัติงานของกรมให้สอดคล้องกับนโยบาย และยุทธศาสตร์ด้านแรงงานของกระทรวง รวมทั้งกำหนดมาตรฐานอาชีพ และอุตสาหกรรม
  • ให้คำปรึกษา ส่งเสริม และให้บริการแนะแนวอาชีพตามแนวถนัดให้แก่ประชาชน
  • ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมหรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

การจัดหางานโดยภาคเอกชน

   บริษัทจัดหางาน (Recruitment Agency) ก็คือ บริษัทที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้า คอยจัดหาบุคลากรที่มีความสามารถ ให้แก่บริษัทต่างๆ ที่ต้องการ

รูปแบบในการจัดหางานบริษัทจัดหางานจะมีขั้นตอนดังนี้ ·       ฝ่ายสรรหาเปิดรับสมัครงานผ่านทางเว็บไซต์ ฝ่ายสรรหาของบริษัทจัดหางานก็จะทำการคัดเลือกพนักงานหรือผู้บริหารโดยพิจารณาจากคุณสมบัติทักษะ ความสามารถ แรงจูงใจและทัศนคติในการทำงานตลอดจนความชอบในเรื่องบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการทำงานเพื่อผู้ประกอบการจะได้พิจารณาคุณสมบัติที่ลูกค้าที่ต้องการ ตลอดจนใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลของลูกค้า ·       หลังจากนั้นจะส่งผู้สมัครให้ลูกค้าพิจารณาคัดเลือกตามขั้นตอนของบริษัท ·       เมื่อพนักงานเริ่มทำงานแล้วก็สิ้นสุดการทำงานและบริษัทจัดหางานก็จะคิดค่าบริการจากลูกค้า

ทำไมบริษัทส่วนใหญ่ถึงใช้บริการบริษัทจัดหางาน

  1.  บริษัทจัดหางาน มีตำแหน่งงานมากมายหลากหลาย ให้เลือกสมัคร

ทั้งๆ ที่บริษัทต่างๆล้วนมี HR อยู่แล้ว แต่ที่หลายๆ บริษัท ใช้บริการบริษัทจัดหางาน เนื่องจากสองเหตุผลหลักๆ ประการแรกคือ บริษัทจัดหางาน จะมีศักยภาพในการเข้าถึงกลุ่มของคนหางานมากกว่า บริษัทประกาศรับสมัครเอง และโอกาสที่จะได้คนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่บริษัทต้องการก็จะมากกว่าด้วย เมื่อมีคนมาสัมภาษณ์งานมาก บริษัทก็มีโอกาสเลือกคนที่ดีที่สุดได้ อีกเหตุผลหนึ่งคือบริษัทจัดหางาน จะช่วยคัดคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัคร รวมถึงให้ทำการทดสอบเบื้องต้นอยู่แล้ว ซึ่งช่วยลดเวลาในการคัดเลือกใบสมัครที่คุณสมบัติไม่ตรงตามที่ต้องการออก และบริษัทก็ไม่ต้องเสียเวลาในการติดต่อผู้สมัครเพื่อเรียกสัมภาษณ์เองด้วย สรุปแล้ว บริษัทหลายๆแห่งยอมจ่ายเงิน เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนในการคัดเลือกคน ดังนั้นการสมัครงานกับ บริษัทจัดหางาน ผู้สมัครจะได้งานแน่นอนถ้าคุณสมบัติเหมาะสม

  1.  ทำอย่างไรถึงได้งานจาก บริษัทจัดหางาน

ผู้สมัครต้องเลือกบริษัทจัดหางาน ที่น่าเชื่อถือ อาจจะเลือกบริษัทจัดหางานขนาดใหญ่ เพราะจะมีงานมากมายตามสาขาต่างๆ) แต่ละบริษัทก็จะมีกลุ่มลูกค้าต่างกัน บางที่กลุ่มลูกค้า คือ บริษัทที่เน้นหาคนตำแหน่งสายวิศวะ บางที่เน้นสายบัญชี เป็นต้น

  1. ความสะดวกสบายและได้งานตามเงื่อนไขในฝันด้วยที่ปรึกษาประจำส่วนตัว

ในขั้นตอนนี้ผู้สมัครสามารถระบุงานที่อยากทำ 3-4 ตำแหน่ง สถานที่ที่สนใจจะทำงาน เงื่อนไขต่างๆ ในการทำงาน เช่น ไม่ทำงานวันเสาร์ อยากทำอะไร ไม่อยากทำอะไร อยากได้อะไรแบบไหน ก็สามารถระบุไปได้ เพื่อที่เวลาที่ปรึกษาหาตำแหน่งงานที่เหมาะสมให้ บริษัทก็จะเลือกงานที่ตรงกับคุณสมบัติและความต้องการของเราได้อย่างถูกต้อง

ลักษณะของบริษัทจัดหางานที่ดี

1. ควรตรวจสอบว่าบริษัทจัดหางาน ที่ผู้สมัครงานใช้บริการเป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงานให้ดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฏหมาย และต้องมีที่ตั้งเป็นหลักเป็นแหล่งอยู่จริง2. จะต้องมีการสัมภาษณ์พนักงานที่ถูกส่งมายังบริษัทจัดหางานก่อนทุกครั้ง ก่อนที่จะมีการรับเข้าทำงาน เนื่องจาก สำนักงานจัดหางานอาจจะสรรหาพนักงานได้ให้ไม่ตรงความต้องการทั้งความสามารถในการปฏิบัติงานและคุณสมบัติอื่นๆ เช่น อุปนิสัย บุคลิกภาพ ดังนั้นผู้สมัครจึงควรตรวจสอบสัญญาการจัดหางานทุกครั้ง3. ต้องดูว่าบริษัทจัดหางานนั้นมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด มีความชัดเจนในการอธิบายลักษณะงานหรือไม่ ที่สำคัญอย่าสมัครงานกับบริษัทจัดหางานที่ต้องมีการจ่ายเงินล่วงหน้า เพราะส่วนใหญ่พวกนี้อาจเป็นมิจฉาชีพที่อ้างว่าสามารถจัดส่งไปทำงานได้โดยไม่ต้องผ่านกรมการจัดหางาน4. ควรมีการติดตามงานหรือแจ้งความคืบหน้างานอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ปล่อยให้ผู้สมัครงานรอนาน5. สามารถให้คำแนะนำในเรื่องเกี่ยวกับตำแหน่งงานต่างๆ ได้6. ควรมีการตรวจสอบสัญญาการจัดหางานทุกครั้ง เนื่องจากคุณอาจถูกเอาเปรียบได้จากการทำสัญญา เช่น ระยะเวลาที่สามารถเปลี่ยนพนักงานได้หากไม่พอใจในผลการปฏิบัติงาน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *