ความรู้ด้านซ่อมบำรุงที่ช่างซ่อมบำรุงควรทราบ

ก่อนที่จะเป็นช่างซ่อมบำรุง หรือ ช่างเทคนิค ควรมีความรู้เกี่ยวกับงานและความสำคัญของการซ่อมบำรุงก่อน ถึงจะสามารถบริหารการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทราบถึงความสำคัญว่าทำไมต้องทำงานซ่อมบำรุง

งานบริหารการผลิตหรือการบริการ มักจะหลีกเลี่ยงงานเพิ่มเติมที่สำคัญงานหนึ่งคือ การซ่อมและบำรุงรักษา ไปไม่ได้ ถึงแม้ว่างานซ่อมและบำรุงรักษาไม่ใช่งานผลิตโดยตรง แต่งานซ่อมและบำรุงรักษาก็มีบทบาทช่วยให้การผลิตและการบริการขององค์กรนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกปัจจุบันที่การผลิตและการบริการจำเป็นที่จะต้องอาศัยอุปกรณ์และเครื่องจักรมากขึ้น การที่เครื่องจักรเกิดขัดข้องขึ้นมากะทันหันหรือไม่สามารถใช้งานได้ จะทำให้มีผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการผลิตและการบริการนั้นๆ การที่จะได้มาซึ่งเครื่องจักรที่มีคุณภาพนั้น ต้องประกอบด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้

(1)   มีการออกแบบเครื่องจักรที่ดีและตรงตามความประสงค์ต่อการใช้งาน มีความเที่ยงตรงแม่นยำ รวมทั้ง สามารถทำงานได้เต็มกำลังความสามารถที่ออกแบบไว้

(2)   มีการผลิต หรือสร้างเครื่องจักรที่ให้ความแข็งแรงทนทาน สามารถทำงานได้นานที่สุด และ ตลอดเวลา

(3)   มีการติดตั้งในสถานที่ที่เหมาะสมและสะดวกต่อการใช้งาน

(4)  ช่างซ่อมบำรุงหรือช่างเทคนิค ต้องใช้งานเครื่องจักรตามคุณสมบัติและสมรรถนะของเครื่องอย่างถูกต้อง

(5)  มีระบบการบำรุงรักษาที่ดี เนื่องจากเครื่องมือเครื่องใช้เมื่อถูกใช้งานไปนาน ๆ ก็ต้องมีการ เสื่อมสภาพ ชำรุด สึกหรอ เสียหายขัดข้อง ดังนั้น เพื่อให้อายุการใช้งานเครื่องมือเครื่องใช้ยืนยาว สามารถใช้งานได้ตามความต้องการของผู้ใช้ ไม่ชำรุดหรือเสียบ่อยๆ ต้องมีช่างซ่อมบำรุง หรือ ช่างเทคนิค ต้องเข้าตรวจเช็คเครื่องจักรเครื่องมือเครื่องใช้ ในระบบการดำเนินงานด้วย จึงจะสามารถควบคุมการทำงานของเครื่องมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 จุดมุ่งหมายของการบำรุงรักษา

  1. เพื่อให้เครื่องมือใช้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล(Effectiveness)คือ  สามารถใช้เครื่องมือเครื่องใช้ได้เต็มความสามารถและตรงกับวัตถุประสงค์ที่จัดหามามากที่สุด
  2. เพื่อให้เครื่องมือเครื่องใช้มีสมรรถนะการทำงานสูงและช่วยให้เครื่องมือเครื่องใช้มีอายุการใช้งานยาวนาน เพราะเมื่อเครื่องมือได้ใช้งานไประยะเวลาหนึ่งจะเกิดการสึกหรอ  ถ้าหากไม่มีการปรับแต่งหรือซ่อมแซมแล้ว  เครื่องมืออาจเกิดการขัดข้อง  ชำรุดเสียหายหรือ  ทำงานผิดพลาด
  3. เพื่อให้เครื่องมือเครื่องใช้มีความเที่ยงตรงน่าเชื่อถือ(Reliability) คือ  การทำให้เครื่องมือเครื่องใช้มีมาตรฐาน   ไม่มีความคลาดเคลื่อนใด ๆ เกิดขึ้น
  4. เพื่อความปลอดภัย (Safety) ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญ  เครื่องมือเครื่องใช้จะต้องมีความปลอดภัยเพียงพอต่อผู้ใช้งาน  ถ้าเครื่องมือเครื่องใช้ทำงานผิดพลาด  ชำรุดเสียหาย  ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ  อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ  และการบาดเจ็บต่อผู้ใช้งานได้  การบำรุงรักษาที่ดีจะช่วยควบคุมการผิดพลาด
  5. เพื่อลดมลภาวะของสิ่งแวดล้อมเพราะเครื่องมือเครื่องใช้ที่ชำรุดเสียหาย เก่าแก่  ขาดการบำรุงรักษา  จะทำให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม  เช่น  มีฝุ่นละอองหรือไอของสารเคมีออกมา  มีเสียงดัง  เป็นต้น  ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง
  6. เพื่อประหยัดพลังงานเพราะเครื่องมือเครื่องใช้ส่วนมากจะทำงานได้ต้องอาศัพลังาน  เช่น  ไฟฟ้า  น้ำมันเชื้อเพลิง  ถ้าหากเครื่องมือเครื่องใช้ได้รับการเข้าตรวจซ่อมจากช่างซ่อมบำรุง หรือ ช่างเทคนิคให้อยู่ในสภาพดี  เดินราบเรียบไม่มีการรั่วไหลของน้ำมัน  การเผาไหม้สมบูรณ์  ก็จะสิ้นเปลืองพลังงานน้อยลง  ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้

การป้องกันอุบัติเหตุในงานซ่อมบำรุง
โรงงานต่างๆ ควรปฏิบัติดังนี้

1.ต้องเปลี่ยนทัศนคติต่อความปลอดภัยและอุบัติเหตุในงานซ่อมบำรุงเสียใหม่ตั้งแต่ระดับผู้จัดการไปจนถึง ช่างซ่อมบำรุงหรือช่างเทคนิคปฏิบัติการ โดยต้องยอมรับว่าอุบัติเหตุในโรงงานซึ่งเกิดขึ้นในขณะซ่อมบำรุง หรือเนื่องจากการซ่อม บำรุงนั้น เป็นตัวบ่งชี้ว่าได้ว่าเกิดความบกพร่องในการบริหารงานซ่อมบำรุงขึ้นแล้ว การสร้างความปลอดภัยเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงของผู้บริหารงานช่างซ่อมบำรุงหรือช่างเทคนิค ร่วมกับผู้บริหารในฝ่ายการผลิต

2.ต้องออกนโยบายคำสั่ง หรือประกาศว่าด้วยมาตรฐานการทำงาน ด้านซ่อมบำรุงอย่างถูกวิธีและปลอดภัย

3.ต้องมีการทำความเข้าใจกันเป็นอย่างดีในระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตกับช่างซ่อมบำรุงหรือช่างเทคนิคโดยเฉพาะการเข้าใจในหลักการอำนาจและความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดต่อสื่อสาร

4.ช่างซ่อมบำรุงหรือช่างเทคนิค ต้องจัดทำแผนงานระยะยาวของโครงการ การซ่อมบำรุงแบบป้องกัน ในระดับโรงงานขึ้นไป

5.ต้องพยายามเปลี่ยน สถานภาพจากการซ่อมบำรุงแบบไล่ตาม ไปเป็นการซ่อมบำรุงแบบป้องกันโดยเร็ว

6.ต้องศึกษาข้อมูลทางเทคนิคของเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีการใช้งานอยู่แล้ว จัดทำมาตรฐาน การใช้งานและการซ่อมบำรุง พร้อมกับคัดเลือกข้อห้ามหรือข้อควรระวังในด้านความปลอดภัยจัดทำเป็นแผ่นป้าย โลหะ หรือ พลาสติก ติดตั้งไว้ ที่จุดที่เกิดอันตรายต่าง ๆ

7.ต้องกำหนดเขตต่าง ๆในโรงงาน แล้วแบ่งเป็น เขตหวงห้าม เขตควบคุม เขตทั่วไป หรือชื่ออื่นๆตามความ เหมาะสม ในกรณีที่พนักงานในฝ่ายซ่อมบำรุงมีจำนวนมาก มีอายุงาน ตลอดจนประสบการณ์ และความชำนาญเฉพาะด้านที่แตกต่างกันต้องมีการจัดแบ่งเกรดหรือจัดกรุ๊ปช่างซ่อมบำรุง แล้วแบ่งเขตงานรับผิดชอบ ให้ชัดเจน พนักงานใหม่ต้องได้รับการอบรมจากช่างซ่อมบำรุงหรือช่างเทคนิคอย่างเพียงพอ และในการเข้าทำงานต้องมีหัวหน้าที่ชำนาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *