ตัวอย่างออนเซ็นที่ญี่ปุ่น

การแช่ออนเซ็นถือว่าเป็นวัฒนธรรมการแช่น้ำร้อนเพื่อบำรุงผิวกายที่คนญี่ปุ่นปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน นักท่องเที่ยวอย่างเราที่นาน ๆ ไปเที่ยวญี่ปุ่นเห็นทีจะต้องลองเปิดใจ ถอดผ้าแช่ออนเซ็นกันซัก     แต่นานทีปีหนจะได้แช่สักครั้งอย่างนี้ก็ต้องจัดแต่ของดี วันนี้เลยขอแนะนำแหล่งออนเซ็นคุณภาพ 10 แห่งทั่วญี่ปุ่นที่ติดอันดับประทับใจ

แหล่งออนเซ็นที่ติดอันดับเป็นเบอร์ 1 ในใจชาวญี่ปุ่น ครองแชมป์มายาวนาน ก็คือ ‘Hakone Onsen’ แห่งนี้ Hakone Onsen ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงโตเกียวและใกล้กับภูเขาไฟฟูจิ ที่นี่มีบ่อออนเซ็นให้เราแช่เป็นจำนวนมากถึง 20 บ่อ แต่บ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดนั้นมีชื่อว่า ‘Yumoto’ ซึ่งมีสรรพคุณช่วยในการไหลเวียนของโลหิตและคลายอาการปวดหลังได้ดีที่นี่ยังมีบ่อน้ำพุร้อนให้เลือกทั้งบ่อแบบสาธารณะและบ่อที่อยู่ในโรงแรมแบบเรียวกัง สำหรับใครที่มาเป็นขาจรขอแค่ลองแช่ดูสักครั้งก็ควรเลือกแช่แบบสาธารณะ แต่ถ้าตั้งใจว่าจะมาพักค้างคืนก็จองเรียวกังแล้วเข้าไปแช่ออนเซ็นที่นั่นให้สบายใจไปเลยแต่นอกจากออนเซ็นที่ Hakone จะดีแล้วที่นี่ยังมีจุดท่องเที่ยวให้เราได้ไปแวะเวียนอีกเพียบ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีวิวทิวทิศน์ของที่นี่จะสวยงามเป็นพิเศษ ใครได้มาในช่วงนี้จึงได้ความผ่อนคลายจากการแช่ออนเซ็นไปพร้อมกับชมวิวสวย ๆ

ที่อยู่        Hakone, Ashigarashimo District, Kanagawa Prefecture 250-0404

วิธีเดินทาง            นั่งรถไฟสาย Hakonetozan Line มาลงที่สถานี Miyanoshita บริเวณนี้เป็นแหล่งแช่ออนเซ็นของเมืองนี้

Website Hakone Onsen

อันดับที่ 2 Kusatsu Onsen ซึ่งมีทำเลที่ตั้งอยู่ในจังหวัด Gunma ห่างจากโตเกียวไปไม่ไกลคุณสมบัติน้ำพุร้อนของที่นี่นั้นดีไม่แพ้ใคร เพราะที่นี่เป็นแหล่งออนเซ็นเก่าแก่ที่มีมานับร้อยปี แถมยังมีน้ำพุร้อนคุณภาพดีที่มีสรรพคุณช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ และดีต่อสุขภาพเนื่องจากแหล่งออนเซ็นแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่ระดับความสูง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการเล่นสกีชาวญี่ปุ่นจึงมักมาเล่นสกีและแช่ออนเซ็นอุ่นกายกันที่นี่ในช่วงฤดูหนาว

ที่อยู่        3-9 Ooaza Kusatsu, Kusatsu-machi, Agatsuma County, Gunma Prefecture

วิธีเดินทาง            นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Naganohara Kusatsu-guchi แล้วนั่งรถบัสไปที่ออนเซ็นอีกประมาณ 20 นาที

โทรศัพท์               02-7988-0001

Website Kusatsu Onsen

อันดับที่ 3 Yufuin Onsen เป็นแหล่งออนเซ็นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติและมีชื่อเสียงของเกาะคิวชู เนื่องจากบ่อออนเซ็นอยู่ท่ามกลางหุบเขาการได้มาแช่ออนเซ็นจึงได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติเป็นพิเศษ การได้แช่น้ำร้อนพร้อมกับชมบรรยากาศที่สวยงามของที่นี่จะช่วยทำให้เราผ่อนคลายสบายใจภายในตัวเมืองนอกจากจะมีบ่อน้ำพุร้อนให้แช่ออนเซ็นแล้วยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ร้านค้าและร้านอาหารบรรยากาศน่ารัก ๆ รวมไปถึงโรงแรมสไตล์เรียวกังเหมาะแก่การมาเที่ยวชมหรือพักผ่อนตากอากาศเป็นที่สุดใครชื่นชอบการแช่ออนเซ็นพร้อมชมวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติขอแนะนำ 4 เรียวกังท่ามกลางธรรมชาติใน Yufuin นี้ให้ลองไปเที่ยวดู

ที่อยู่        2863, Kawakami, Yufuin-cho, Yufu City, Oita, 879-5102

วิธีเดินทาง            นั่งรถไฟสาย Kyudai Line มาลงที่ Yufuin Station ซึ่งเป็นบริเวณแหล่งออนเซ็น

โทรศัพท์               09-7785-4464

Website Yufuin Onsen

ดูแผนที่ Yufuin Onsen

Beppu Onsen แหล่งออนเซ็นแห่งนี้มีชื่อเสียงร่ำลือว่าเป็นแหล่งออนเซ็นขนาดใหญ่ที่มีน้ำแร่มากถึง 8 ชนิด 8 บ่อ น้ำแร่ในบ่อออนเซ็นเหล่านั้นยังมีหลายสีหลายสรรพคุณทำให้ที่นี่ได้ได้ฉายามาว่าเป็นดินแดนออนเซ็นแห่ง ‘บ่อนรกทั้งแปด’ หรือ Jigoku Meguri ที่หมายถึงบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เกิดขึ้นภายหลังจากการระเบิดของภูเขาไฟน้ำแร่ในบ่อออนเซ็นเหล่านั้นจึงมีความร้อนมากไม่สามารถลงแช่ได้ แต่ยังมีบางบ่อที่สามารถแช่เท้าได้และให้สรรพคุณดีเลิศอย่างช่วยรักษาโรคผิวหนังด้วยแน่นอนว่าเป็นถึงแหล่งออนเซ็นยังไงก็ต้องมีบ่อออนเซ็นที่สามารถลงไปแช่ได้ทั้งตัวแน่นอน เพราะที่นี่ยังมีบ่อออนเซ็นหลากหลายชนิดให้เราได้ลงไปแช่ ไม่ว่าเป็นบ่อแบบธรรมดา บ่อทราย บ่อไอน้ำ หรือบ่อแบบโคลนก็มีมาให้เราได้ไปลองแช่ ถือเป็นแหล่งออนเซ็นที่หลากหลายและน่าสนใจมาก ๆ

ที่อยู่        Beppu, Oita Prefecture 874-0000, Japan

วิธีเดินทาง            นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Beppu แล้วเดินต่ออีกเพียง 9 นาที ก็จะถึงแหล่งออนเซ็น

โทรศัพท์               09-77-24-2828

Website Beppu Onsen

Noboribetsu ถ้าพูดถึงแหล่งออนเซ็นที่ดีที่สุดในเกาะฮอกไกโดก็ต้องแหล่งออนเซ็น ‘Noboribetsu’ แห่งนี้เลย มีชื่อเสียงที่สุดในฮอกไกโดและมีน้ำแร่ที่ต่างกันถึง 11 ชนิด แต่ละชนิดล้วนเป็นน้ำแร่ที่ดีมีประสิทธิภาพที่สุดในญี่ปุ่น แถมยังเด่นดังในเรื่องของสรรพคุณที่ช่วยบำรุงผิวพรรณรวมทั้งผ่อนคลายความเหนื่อยล้าของร่างกายอีกด้วยที่นี่ถือเป็นแหล่งออนเซ็นที่มีโรงแรมและที่พักสไตล์เรียวกังขนาดใหญ่หลายแห่งจึงเหมาะสำหรับการมาพักผ่อน แต่ถ้าใครแค่อยากแวะมาแช่ออนเซ็นไม่นอนค้างก็มีโรงอาบน้ำสำหรับแช่ออนเซ็นสาธารณะเปิดให้บริการนะหากอยากเปลี่ยนบรรยากาศแช่ออนเซ็นท่ามกลางหิมะก็สามาารถมาที่ Noboribetsu Onsen กันได้ เพราะที่นี่เขาก็เปิดให้บริการเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี มาลองแช่ออนเซ็นกลางแจ้งชมวิวหิมะบนเกาะดูสักครั้งรับรองว่าฟินเว่อร์

ที่อยู่        60 Noboribetsu Onsen-cho Noboribetsu-shi,059-0551

วิธีเดินทาง            นั่งรถไฟมาลงที่สถานี JR Noboribetsu แล้วนั่งรถบัสต่อไปที่ออนเซ็น ประมาณ 12 นาที

โทรศัพท์               01-4384-3311

Website Noboribetsu Onsen

สถานที่ขึ้นชื่อสำหรับนักท่องเที่ยวเดินทางมาชื่นชม ดอกพีช

กระแส ดอกพีช ที่กำลังมาแรงที่สุดตอนนี้ในบรรดาเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ถือว่าเป็นเครื่องดื่มประเภทชาที่มาแรงมากในช่วงนี้ เนื่องจากเป็นชาดอกไม้ที่มีสีสันที่สวยงาม นอกจากสีของดอกอัญชันที่ถูกนำมาผสมกับอาหารหลากหลายชนิดแล้ว ดอกอัญชันยังถูกนำไปทำเป็นชา ซึ่งก็มีส่วนช่วยในระบบต่างๆ ของร่างกาย เช่น การเพิ่มการไหลเวียนของเลือด เพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นของสายตา จะใช้กลีบดอกบัวหลวงนั้นนำมาอยู่ในรูปแบบของชา ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระสูง โดดเด่นในเรื่องยับยั้งเลือดและให้เลือดไหลเวียนได้คล่อง ช่วยบำรุงเลือด บำรุงหัวใจ และบำรุงไต ช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า เพิ่มภูมิคุ้มกันการป้องกันการติดเชื้อได้เป็นอย่างดี และ ดอกพีช ยังช่วยควบคุมน้ำตาลและไขมันในเส้นเลือดได้ และเป็นเครื่องดื่มที่มีไว้ดื่มเพื่อดับกระหายได้ดีทีเดียว กลิ่นหอมของชาดอกกุหลาบนั้นช่วยในเรื่องการผ่อนคลายจากภาวะความเครียด มีสารต้านอนุมูลอิสระ พร้อมทั้งบำรุงหัวใจให้แข็งแรง และยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้ผิวพรรณดูสดใสขึ้น คงหนีไม่พ้น “ชาดอกไม้” ซึ่งเป็นชาที่ได้จากดอกไม้นานาชนิด คงไม่มีใครไม่รู้จักดอกเก็กฮวย ที่เราคุ้นเคยกันมานาน ซึ่งดอกเก็กฮวยนั้นมีกลิ่นหอมเฉพาะ นำเอามาฝากกันวันนี้ ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะมีชื่อเสียงโด่งดังมายาวนาน นั่นก็คือ ชาดอกคำฝอย ที่มีประโยชน์เด่นในการช่วยลดไขมันและขับเหงื่อได้เป็นอย่างดี ดอกพีช ขยายหลอดเลือดหัวใจ ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ และยังทำให้ประจำเดือนของผู้หญิงมาเป็นปกติ และบรรเทาอาการปวดท้องได้ดีทีเดียว รสชาตินุ่มชุ่มคอ มีสรรพคุณช่วยดับกระหาย บำรุงหัวใจ สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย พร้อมทั้งช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารและชะลอความแก่อีกด้วย สำหรับหนุ่มๆ สาวๆ ที่หลงใหลในกลิ่นพีช ชาดอกพีชถือว่าตอบโจทย์เป็นอย่างมาก

ดอกพีช เพราะมีทั้งสีและกลิ่นที่หอมหวาน ชาดอกพีชมีสรรพคุณช่วยบำรุงผิว ลดริ้วรอย ลดการเกิดฝ้า ช่วยการไหลเวียนของเลือดฝาด แล้วยังช่วยสมานแผลได้อีกด้วย ดอกพีช จึงนับว่าเป็นดอกไม้ที่นิยมกันมากในขณะนี้ ใครที่ชื่นชอบกลิ่นหอมและรสชาติที่นุ่มละมุนของดอกเก็กฮวย เข้าฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงแห่งความมีชีวิตชีวาของคนญี่ปุ่น หากมาเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงนี้ก็จะได้พบเห็นดอกไม้สวยงามมากมายทั้งดอกบ๊วยและดอกท้อบานสวยงามเต็มต้น คนญี่ปุ่นมีความเกี่ยวพันอย่างแนบแน่นกับดอกท้อ โดยการนำดอกท้อมาใช้ในเทศกาลสำคัญเทศกาลหนึ่ง คือ เทศกาลเด็กผู้หญิง มารู้จักดอกท้อ เหตุผลที่คนใช้ดอกท้อประดับในเทศกาลสำคัญ ต้องดื่มกันบ่อยๆ นะ ซึ่งประวัติ ดอกพีช การดื่มชาดอกไม้ก็มีมาอย่างยาวนานนับพันปี อาทิเช่น ชากุหลาบ ชาดอกหอมหมื่นลี้ นับเป็นดอกไม้ที่แปลกและเป็นที่สงสัยกันว่า มันสามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มได้จริงๆ เหรอ เป็นดอกไม้สวยงามประกอบด้วยกลีบดอก 5 กลีบซึ่งมีทั้งสีชมพูอ่อน สีขาวและ สีแดง ดอกท้อมีลักษณะคล้ายดอกบ๊วยแต่หากดูใกล้ๆ จะเห็นความแตกต่างที่ค่อนข้างชัดเจนคือดอกท้อจะมีกลีบดอกที่มีรูปร่างคล้ายหยดน้ำตาส่วนกลีบดอกบ๊วยจะมีลักษณะกลม ดอกท้อส่วนใหญ่จะบานประมาณกลางเดือนมีนาคม แต่ช่วงเวลา ดอกพีช การบานอาจจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดพันธุ์และพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ กับชาดอกดาวเรือง ที่นอกจากจะเป็นดอกไม้ที่นำมาใช้ในพิธีต่างๆ แล้ว ดอกดาวเรือง ยังได้ถูกนำมาเป็นรูปแบบของชาให้ได้สรรพคุณกันแบบเต็มๆ

โดยชา ดอกพีช จะมีสารเบต้าแคโรทีนและสารลูทีน ที่ช่วยบำรุงและถนอมสายตา รักษาอาการอักเสบต่างๆ มีฤทธิ์เป็นยาเย็นแก้ร้อนใน ช่วยเพิ่มความสดชื่น จากภาวะการเครียดได้ หรือชาดอกเก็กฮวย ชาดอกบัวหลวง ชาดอกมะลิ ก็เป็นอีกหนึ่งชนิดของชาดอกไม้ที่นิยมกันมานาน สำหรับความหอมหวานของดอกมะลิ ที่มีประโยชน์ในการแก้อาการอ่อนเพลีย แก้ร้อนในกระหายน้ำ กระตุ้นการทำงานของหัวใจ เป็นพืชที่นำเข้ามาจากจีนเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน ในสมัยนั้นคนญี่ปุ่นปลูกต้นท้อเพราะเชื่อว่าผลท้อมีประสิทธิภาพในการสร้างความเยาว์วัยตลอดกาลและช่วยให้มีอายุที่ยืนยาว และต้นท้อสามารถขับไล่วิญญาณชั่วร้ายออกไป ซึ่งสอดคล้องกับนิทานพื้นบ้านเรื่องโมโมทาโร่ ดอกพีช ควบคุมระดับความดันโลหิตในร่างกาย แถมยังช่วยให้นอนหลับสบายขึ้นด้วย กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกลาเวนเดอร์ที่เราคุ้นเคยกันในรูปแบบต่างๆ เมื่อเป็นในรูปแบบของชาแล้วนั้น มีความหอมแบบผ่อนคลายอยู่ไม่น้อย สรรพคุณของชาดอกลาเวนเดอร์นั้น ช่วยทำให้สมองรู้สึกสงบ บำรุงสมองให้ความจำดี ช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น และยังช่วยคลายเครียดจากอาการเหนื่อยล้า ทำให้หลับสบายขึ้นไม่แพ้ชาดอกมะลิเลย หรือชาดอกพีช ที่มีความนิยมมากในตอนนี้ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวสูงมาก หอมแบบไทยๆ ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กชายที่เกิดมาจากลูกท้อ และเติบโตเป็นชายหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญ เมื่อเติบโตขึ้นโมโมทาโร่ได้ยินข่าวว่าปิศาจจากเกาะโอนิงะชิมะ (Onigashima) มารังความคนในหมู่บ้าน

ดอกพีช เขาจึงขออนุญาตตายายที่เลี้ยงเขามาเดินทางไปยังเกาะดังกล่าวพร้อมสหายทั้งสามคือ สุนัข ลิง และนก เพื่อปราบปิศาจและนำทรัพย์สมบัติที่ถูกปิศาจขโมยไปมาคืนให้แก่คนในหมู่บ้านได้สำเร็จ โดยชาดอกหอมหมื่นลี้มีสรรพคุณช่วยบำรุงปอด ลดคอเรสเตอรอล ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยขจัดพิษในร่างกาย และยังช่วยป้องกันฟันผุ และลดอาการกลิ่นปากได้อีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งชนิดของชาดอกไม้ที่มีประโยชน์เต็มเปี่ยม คนญี่ปุ่นนิยมใช้ดอกท้อสีชมพูประดับแจกันบูชาตุ๊กตาในเทศกาลสำคัญ คือ เทศกาลเด็กผู้หญิง (Hina Matsuri) ซึ่งตรงกับวันที่ 3 มีนาคม ของทุกปี ในเทศกาลนี้บ้านเรือนที่มีลูกสาวจะนำตุ๊กตามาประดับไว้บนที่ชั้นที่ปูด้วยพรมแดงเพื่อภาวนาให้เด็กผู้หญิงมีความสุข มีสุขภาพที่แข็งแรง โดยทั่วไปจะมีการปลูกดอกท้อไว้ตามบ้านเรือน การบานของ ดอกพีช เป็นความสวยงามที่ไม่แตกต่างจากการบานของดอกซากุระและดอกบ๊วย สำหรับผู้อ่านที่รักดอกไม้ บอกเลยค่ะว่าช่วงฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงสำคัญสำหรับการชมดอกไม้สวยต่างๆ รวมทั้งดอกท้อ ทั้งนี้การชมดอกไม้ในญี่ปุ่นจะใช้การชมอย่างเดียวจริงๆค่ะ ไม่สามารถโน้มกิ่งดอกไม้มาดม หรือเด็ดดอกไม้จากต้นได้ เพราะว่าความสวยของดอกไม้คู่ควรเป็นอย่างยิ่งที่อยู่บนต้น เพื่อให้คนอื่นได้ชมด้วยกัน ดอกท้อจะบานในช่วงกลางเดือนมีนาคมจนถึงต้นเมษายน สถานที่ชมความงามดอกท้อให้น่าประทับใจก็คงเป็นแหล่งการผลิตผลท้อที่สำคัญ และขจัดสิ่งชั่วร้ายออกจากชีวิต เนื่องจากเทศกาลเด็กผู้หญิงมักจะตรงกับช่วงที่ ดอกพีช บานจึงมีการเฉลิมฉลองวันเด็กผู้หญิงผสมผสานกับช่วงฤดูดอกท้อบาน ซึ่งเรียกเทศกาลนี้ว่า Momo no sekku ดังนั้นในช่วงใกล้เทศกาลเด็กผู้หญิงตามร้านดอกไม้ทั่วไปมักจะวางจำหน่ายกิ่งท้อที่มีตาดอกใกล้บานเพื่อนำไปประดับในเทศกาลเด็กผู้หญิง

วัฒนธรรมการชม ซากุระ ญี่ปุ่น,,,!!!

ซากุระ ธรรมเนียม การชมดอกซากุระ กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาตั้งแต่ครั้งอดีตกาล ผู้คนนำเรื่องราวของดอกซากุระบานมาผูกพันเข้ากับกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ เช่น การแต่งโคลงกลอน “วากะ” และการวาดภาพขณะชมความงามของดอกซากุระบาน อีกทั้ง มีการจัดเทศกาลต่างๆ ไปทั่วประเทศญี่ปุ่นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่เล็งถึงการที่ต้นซากุระได้ผลิดอกเบ่งบานแล้ว ต้นซากุระที่แผ่กิ่งก้านจะผลัดดอกในช่วงฤดูหนาว แต่จากนั้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมตลอดจนเดือนเมษายน จะกลับมาผลิดอกสีชมพูนำความมีชีวิตชีวากลับคืนมาอีกครั้ง ทำให้ได้สัมผัสถึงทัศนียภาพในแบบญี่ปุ่นอันเป็นรากเหง้าอันสง่างามของชาวญี่ปุ่น สะท้อนความเป็น “วะ” (ความเป็นหนึ่งเดียวกัน) ดอกซากุระจะร่วงหล่นประมาณ 2 สัปดาห์หลังเริ่มผลิบาน ชวนให้ผู้คนได้ระลึกถึงความไม่จีรังยั่งยืนของสรรพสิ่ง และถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของดอกซากุระบาน

พอพูดถึงซากุระ ทุกคนจะนึกภาพซากุระแบบไหนกัน ดอกไม้กลีบสีชมพู การมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิ สัญลักษณ์ของญี่ปุ่น ซึ่งจะว่าผิดก็ไม่ใช่จะว่าถูกก็ไม่เชิง นั่นก็เพราะว่าซากุระ มีมากมายหลายประเภทยัง แต่ละประเภทก็มีสิ่งที่คล้ายๆกัน แต่ก็มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไปอยู่ด้วยนั่นเอง ในญี่ปุ่น มีตั้งแต่ซากุระป่า จนถึงซากุระสำหรับตกแต่งสวนกว่า 250 ชนิด ทั้งสี รูปร่างของกลีบ ขนาด ก็แตกต่างกันไป

วันนี้เราจะมาแนะนำ 8 สถานที่ชมซากุระสวยๆ พร้อมข้อมูลเป็นประโยชน์ จะมีที่ไหนกันบ้าง ไปดูกันเลย

  1. Nijikken Doro Sakura Namiki (二十間道路桜並木) แนวต้นซากุระที่ทอดยาวไปตามถนนสายนี้นั้นจะสวยงามที่สุดเมื่อถึงฤดูที่ซากุระเบ่งบาน ตลอดทางมีแนวต้นซากุระยาวติดต่อกันถึง 7 กิโลเมตร และซากุระเหล่านั้นยังมีหลากหลายพันธุ์แต่ละพันธุ์ก็สวยงามแตกต่างกันไป ที่นี่จึงเป็นถนนสายซากุระยอดฮิตที่ชาวฮอกไกโดมักจะแวะมาชื่นชมความงามของซากุระกันในช่วงเดือนเมษายนจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม
  2. Hirosaki Park (弘前公園) ภายในสวนซากุระแห่งนี้มีปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle) หลังใหญ่โตสวยงามที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1611 อยู่ด้วย และบริเวณรอบ ๆ ปราสาทนี้เองที่เต็มไปด้วยต้นซากุระจำนวนมากถึง 2,500 ต้น ที่เบ่งบานต้อนรับฤดูใบไม้ผลิที่มาเยือน แน่นอนว่าสวยงามอลังการขนาดนี้ที่นี่เขาจึงจัดงานเทศกาลชมซากุระประจำปีในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมให้เราได้แวะไปเที่ยวชมด้วย
  3. Ashino Chishogun Prefectural Natural Park (芦野池沼群県立自然公園) อุทยานแห่งชาตินี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1958 ท่ามกลางบรรยากาศภูเขาและพื้นที่ชายฝั่งทะเลของอุทยานแห่งนี้มีต้นซากุระอยู่ถึง 2,300 ต้น ทะเลสาบและพืชพันธุ์ในอุทยานแห่งนี้ล้วนแต่เป็นส่วนประกอบที่ทำให้สามารถชมดอกซากุระได้อย่างงดงาม ซึ่งช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงที่เหมาะแก่การเดินทางมาชมมากที่สุด
  4. Takamatsu Park (高松公園) พื้นที่สวนสาธาระณะอันสวยงามของสวน Takamatsu แห่งนี้เต็มไปด้วยเหล่าต้นซากุระ ยิ่งเมื่อถึงช่วงเวลาฤดูใบไม้ผลิความสวยงามของซากุระเหล่านี้ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เพราะทั้งสวนจะกลายเป็นภาพความงามของเหล่าต้นซากุระมากมายในสวนแห่งนี้
  5. Tenshochi Park (北上市立公園展勝地) สวนสาธารณะแห่งเมืองคิตาคามิ (Kitakami) แห่งนี้เป็นจุดชมซากุระที่มีทิวทัศน์สวยงามที่สุด ภายในสวนที่มีต้นซากุระและแม่น้ำคิตคามิที่ไหลผ่านนั้นงดงามเหนือคำบรรยายจึงไม่แปลกที่สวยสาธารณะแห่งนี้จะติดอันดับ 1 ใน 100 จุดชมวิวดอกซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น
  6. Funaoka Castle Ruin Park (船岡城址公園・白石川堤) Funaoka Castle Ruin Park แห่งนี้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิถือเป็นสวนสาธารณะที่สวยงามจนได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 8 จุดชมซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น แถมที่นี่ยังมีความพิเศษตรงที่เราสามารถนั่งรถรางสโลปคาร์ (Slope car) ชมความงดงามของเหล่าดอกซากุระได้อีกด้วย
  7. Senshu Park (千秋公園) สวนเซนชู (Senshu) สร้างขึ้นคู่กันมากับปราสาทคุโบตะ (Kubota) ในช่วงปี ค.ศ. 1602 ยามเมื่อถึงฤดูใบไม้ต้นซากุระราว 800 ต้นแห่งสวนนี้จะผลิดอกบานสวยงามไปทั่วทั้งบริเวณและเมื่อซากุระบานสะพรั่งก็ถึงเวลาจัดงานเทศกาลชมดอกไม้ขึ้นภายในสวนแห่งนี้ด้วย
  8. Mato Park (真人公園) สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัด Akita ในช่วงฤดูใบไม้ผลินั้นต้นซากุระของที่นี่มีความงดงามไม่แพ้สวนแห่งไหนเลย หากได้นั่งชมวิวทิวทัศน์ภายในสวนไปให้ทั่วบริเวณแล้วจะพบเห็นความงามของต้นซากุระกว่า 2,000 ต้นที่เรียงรายอยู่รอบสระน้ำภายในสวน

แหล่งท่องเที่ยวฤดูหนาวที่สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น …!!!

สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น ช่วงฤดูหนาวของญี่ปุ่นเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ และกิจกรรมที่นิยมทำกันในฤดูกาลนี้คือเล่นสกีไม่ก็แช่ออนเซ็นกลางหิมะจะได้เข้ากับบรรยากาศหนาวๆ แบบนี้ไงล่ะ ที่ญี่ปุ่นมีลานสกีในแต่ละพื้นที่ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ฮอกไกโด โทโฮคุ และเขตชินเอ็ทซึ (จังหวัดนากาโน่และนีงาตะ) และมีลานสกีกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ ก่อนที่จะเที่ยวสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น เราต้องเตรียมพร้อมให้ดีเสียก่อน

เสื้อผ้าที่ควรเตรียมก่อนไปสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น

ควรเตรียมเครื่องกันหนาวให้พร้อมเช่นเสื้อและกางเกงแนบเนื้อด้านในสำหรับให้ความอบอุ่นกับร่างกายจำเป็นต้องมีเสื้อคลุมโอเวอร์โค๊ตหรือแจ๊กเก็ตชนิดหนาเป็นพิเศษ หากเป็นแบบกันน้ำได้ยิ่งดี ผ้าพันคอแบบหนา ถุงมือหมวกไหมพรมแบบกันหนาวได้ ถ้าหนาวมากอาจต้องมีที่ปิดหู ส่วนถุงเท้าให้ใส่แบบหนาๆ รองเท้าหุ้มข้อหรือรองเท้าบูทที่กันน้ำและหิมะได้ ควรสวมใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่นอยู่เสมอ

การเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนไปสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น

แนะนำให้เตรียมออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อไว้ล่วงหน้าและระวังรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศอาจหนาวจนติดลบ

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับการไปเล่นสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น

1.เสื้อผ้าหนาสำหรับใส่เล่นสกีเช่นเสื้อคอเต่าเสื้อแขนยาวและอื่นๆ

2.กางเกงผ้าแนบเนื้อสำหรับกันหนาว(ลองจอน)

3.ถุงมือหนาและกันน้ำ

4.ถุงเท้าแบบหนาและยาว

5.หมวก

6.ถุงอุ่นหรือแผ่นแปะให้ความร้อน

7.แว่นกันแดด

วันนี้เรามี 5 สถานที่สกีรีสอร์ทญี่ปุ่นที่จะนำเสนอ ซึ่งรับรองได้ว่าท่านจะสนุกกับการเล่นสกีไปกับเราแน่นอน

  1. สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น Gala Yuzawa Snow Report (จังหวัดนีงาตะ) สกีเซ็นเตอร์เชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีรถไฟชินคังเซนจึงเดินทางสะดวกสบาย ถ้านั่งรถไฟชินคังเซนจากสถานีโตเกียวใช้เวลาเพียง 75 นาทีเท่านั้น รถไฟชินคังเซนJoetsuเชื่อมต่อโดยตรงกับGala Yuzawa ลงจาก「Max Tanigawa」 ออกจากช่องเสียบตั๋วรถไฟข้างหน้าก็คือเคาน์เตอร์บัตรโดยสารของลานสกีเลย
  2. สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น Fujimi Panorama Resort(จังหวัด นากาโน่) นั่งสายชูโอแบบด่วนพิเศษจากชินจูกุใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที「Fujimi Panorama Resort」คอรส์นี้โดดเดนไม่เหมือนใครและฮาร์ทสโลปที่มีสัญลักษณ์รูปหัวใจนั้น เชื่อกันว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคนรัก
  3. สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น Snowtown Yeti(จังหวัดชิสึโอกะ) นั้นนั่งรถบัสจากชินจูกุ2 ชั่วโมง40 นาที นอกเหนือไปจากสถานีชินจูกุยังสามารถนั่งรถบัสโดยตรงจากทั้งหมด 18 สถานีเช่น สถานีฮาจิโอจิ,สถานีชินากาว่า, สถานีมาจิดะ , สถานีสถานีโยโกฮาม่า เป็นต้น สามารถนั่งจากสถานีใกล้เคียงได้จึงสะดวกสุดๆเลย
  4. สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น คารุยซาว่า Prince Snow Resorts(จังหวัดนากาโน่) นั่งชินคันเซ็นสายโฮคุริคุจากโตเกียวประมาณหนึ่งชั่วโมง「คารุยซาว่า Prince Snow Resorts」เรียกย่อๆว่าไปคารุสุกี อายุต่ำกว่าเด็กประถมฟรี มีคอรส์กระดานลื่นและท่อสไลด์เดอร์เป็นลานสกีที่พาเด็กไปด้วยนี้แฮปปี้สุดๆเลย
  5. สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น Norn Minakami Ski Report(จังหวัด กุมมะ) นั่งชินคันเซ็นสายJoetsu จากโตเกียวประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง มี「Long nigth」ในวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดีถึง4ทุ่ม วันศุกร์และวันเสาร์ถึงเที่ยงคืน สามารถซื้อบัตรส่วนลดเพื่อให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ของคุณได้ มีตั๋วลิฟท์หลากหลายประเภทเช่นตั๋วช่วงเช้าตรู่ ตั๋วtwilight ตั๋วรอบดึก ระดับความลาดชันค่อนข้างสูง อาจจะเหมาะกับคนที่เล่นความยากระดับกลางขึ้นไปจะสบายใจเรื่องความปลอดภัยมากกว่า

ราเมน เปิดกรุอาหารเส้นของญี่ปุ่น ที่นักท่องเที่ยวต่างต้องลิ้มลอง

เป็นบะหมี่ ราเมน ที่ถูกนำเข้ามาจากประเทศจีน โดยเอกลักษณ์ของร้านแห่งนี้อยู่ที่การใช้เส้นที่มีขนาดใหญ่กว่าเส้นสปาเก็ตตี้ทั่วไป และน้ำซุปรสชาติเข้มข้นที่ได้จากการเคี่ยวกระดูกหมูเป็นระยะเวลานาน ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็น มาตรฐานของสึเคะเม็งในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ปัจจุบันราเมงจีนกับญี่ปุ่นได้มีความแตกต่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุก็มาจาก “น้ำซุป”ล่ะ และนี่คือเหตุผลแรกของความอร่อยของราเมน  หลายๆคนชอบกินราเมนก็เพราะว่าน้ำซุป บางคนซดน้ำซุปก่อนที่จะกินเส้นซะอีก หรือซดน้ำซุปซะหมดถ้วยเลย ก็มันอร่อยจริงๆ นี่เนอะ ร้านนี้เป็นร้านที่มีชื่อเสียงถึงขนาดที่ต้องต่อแถว ยาวเหยียดเพื่อที่จะได้ลิ้มลอง และยังถูกพูดถึงทั้งในโทรทัศน์และนิตยสารหลายครั้ง และได้กลายเป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมของประเทศญี่ปุ่นในทศวรรษที่ผ่านมา ราเมน มีอยู่แพร่หลายและมีราคาที่ไม่แพงเป็นสองปัจจัยหลักที่สำคัญของนักท่องเที่ยวที่มีงบประมาณจำกัด สำหรับวิธีการทำมีหลากหลายวิธีที่จะทำให้รสชาติเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นการผสมเครื่องปรุงต่างๆตามสูตรที่ได้เตรียมไว้ หรือแม้แต่การควบคุมอุณหภูมิที่ใช้ต้ม ซึ่งผลลัพธ์จะทำให้กลิ่นของน้ำซุปแต่ละชนิด แตกต่างกันออกไป สามารถพบได้ในแทบทุกซอกทุกมุมของประเทศญี่ปุ่น และผลิตในรูปแบบที่หลากหลาย เส้นของบะหมี่ราเม็งเป็นเส้นที่ทำมาจากแป้งสาลี และมีหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน เส้นราเม็งโดยทั่วไปจะยาวและยืดหยุ่น และยังมีอีกหลายรูปแบบที่แตกต่างกันทั้ง บาง หนา และหยัก และมีร้านราเม็งบางร้านที่คุณสามรถกำหนดเส้น ราเมน ได้ด้วยตัวคุณเอง(หนาหรือบาง) เนื้อ(ธรรมดาหรือหนา) แม้ว่าแป้งสาลีจะเป็นส่วนผสมหลักในการทำเส้นก๋วนเตี๋ยวสำหรับราเมน แต่ยังมีส่วนผสมอีกชนิดที่มีความสำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือ “เกลือด่าง” ที่ทำให้รสสัมผัสเส้นและสี ของเส้นก๋วยเตี๋ยวแต่ละชนิดแตกต่างกันออกไป ดังนั้นเลดี้ของแนะนำ 3 เส้นก๋วยเตี๋ยวที่ถือว่าเป็นสุดยอดของเส้นก๋วยเตี๋ยวก็ว่าได้

แม้ว่าราเม็งจะถือว่าเป็นอาหารจานเดียว แต่ร้าน ราเมน หลายๆร้านยังให้บริการอาหารอยางอื่นนอกจากราเม็งอีกด้วย ซึ่งในตาละร้านอาจจะมีความแตกต่างกัน แต่ร้านราเม็งส่วยใหญ่จะทำเกี๊ยวซ่า เป็นเกี๊ยวทอดในกระทะสไตล์จีน การสั่งแต่ละครั้งจะได้เกี๊ยว ห้า หรือ หกชิ้น ต้องจิ้มน้ำจิ้มก่อนกิน ซึ่งน้ำจิ้มประกอบด้วย ซอสถั่วเหลือง น้ำส้มสายชู และน้ำมันพริก ลักษณะเฉพาะของเส้นนี้คือ สามารถสุกได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อใส่ในน้ำซุปจะสามารถยืดขยายได้ง่าย ทำให้ไฮโซเมนสามารถเข้ากันได้ดีกับน้ำซุป ซึ่งทั้งหมดจะมาบนโต๊ะพร้อมปรุงตามแต่ความชอบของคุณ แน่นอนว่าไม่มีอะไรเติมเต็มราเม็งชามร้อนๆได้เท่ากับเบียร์เย็นๆ การจะกินราเม็งที่ดีควรเป็นร้านเฉพาะที่ขาย ราเมน ซึ่งสามารถพบได้ทั่วไป เช่น ตามสถานีรถไป สถานบันเทิง ลักษณะเฉพาะของเส้นชนิดนี้คือ ใช้ระยะเวลานานในการต้ม สามารถห่อหุ้มน้ำซุปได้ดี มีความเหนียวนุ่ม แต่ไม่เหนอะหนะ มักจะใช้ได้มีกับ ราเมน ที่ต้องการความอร่อยจากทั้งเส้นและน้ำซุปไปพร้อมๆ กัน ตามข้างถนนที่มีคนพลุกพล่าน ร้าน ราเมน อาจจะมีทั้งแบบเคาท์เตอร์และเป็นโต๊ะ ถึงแม้ว่าจะเป็นร้านขนาดเล็กที่มีเพียงโต๊ะเดียวแต่ในร้านก็ยังมีเคาท์เตอร์ให้ยืนได้ ราเมน มักจะเป็นเมนูแนะนำของร้านอาหารอื่นๆ เช่น ร้านอาหารที่พบตามสถานที่ท่องเที่ยว ร้านเหล้าแบบญี่ปุ่น และราเม็งยังสามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อและเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติได้อีกด้วย การกินราเมงจะกินด้วยตะเกียบซึ่งมักจะมีวางอยู่ที่โต๊ะ และช้อนสไตล์จีนเพื่อที่จะใช้ ชิม และใช้ตักน้ำซุป

โดยปกติแล้วความลับของการทานที่จะมีผลต่อรสชาติของ ราเมน คือ การทานเสียงดัง คนญี่ปุ่นมักจะทานราเมนเสียงดัง ซึ่งคนทั่วไปอาจจะมองว่าเป็นการเสียมารยาท แต่ในความเป็นจริงแล้วการทานเสียงดังจะช่วยเพิ่มรสชาติของ ราเมน ที่ทานเข้าไป นอกจากนี้ยังสามารถยกชามขึ้นดื่มน้ำซุปได้โดยที่ไม่ถือว่าเป็นการเสียมารยาทอีกด้วย เส้นราเม็งจะอืดเร็ว เพราะฉะนั้นควรรับประทานทันทีที่ได้รับมา เช่นเดียวกับบะหมี่แบบอื่นๆ ในประเทศญี่ปุ่น การทำเสียง ซู้ด ในการกินราเม็งจะช่วยเพิ่มรสชาติ และช่วยให้บะหมี่เย็นขึ้นก่อนที่จะเข้าปาก ในตอนท้ายเมื่อทายเสร็จแล้วคุณไม่จำเป็นต้องยกชามขึ้นดื่มหากคุณไม่ต้องการ การทาน ราเมน เสียงดังจะช่วยกระตุ้นต่อมน้ำหลังคอไปด้านหลังของจมูก ซึ่งช่วยให้สมองตอบสนองดีต่อรสชาติ ทำให้เรามีความสุขไปกับรสชาติต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ในน้ำซุป ไม่เพียงแต่เมนู ราเมน เท่านั้น แม้ว่ามันจะถือว่าเป็นคำชมของพ่อครัวก็ตาม ยังมีหลายรูปแบบที่จัดทำขึ้นเพื่อให้เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วที่จะทำที่บ้าน หรือในหอพัก หลากหลายผลิตภัณฑ์ราเม็งทั้ง ราเมน ในรูปแบบถ้วย และแบบซองที่มีขายในซุปเปอร์มาเก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านนี้ขึ้นชื่อรื่องเส้นโซบะทำเองที่เหนียวนุ่ม เคี้ยวเพลิน และหอมสุดๆ เส้นโซบะเป็นมีขนาดใหญ่มากกกก ทั้งนี้เพื่อให้เข้ากับน้ำซุปกระดูกหมูและซีฟู้ดแบบพิเศษที่ข้นคลั่กแบบสะใจ

นอกจากนี้ยังมีท็อปปิ้งหมูชาชูถึง 2 ชนิดด้วยกันคือหมูชาชูย่างจนหอม นุ่มและมัน กับหมูที่ผ่านการทำให้สุกในสูญญากาศที่อุณหภูมิต่ำที่สามารถกักเก็บความชุ่มฉ่ำและรสชาติไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม หรือแม้กระทั่งตู้จำหน่ายอัตโนมัติ โดยง่ายที่สุดเพียงแค่เติมน้ำร้อน เท่านั้น โรงแรมในญี่ปุ่นจะมีกาน้ำร้อนให้ในห้อง เพื่อให้ราเม็งสำเร็จรูปจะเป็นตัวเลือกที่งายสำหรับนักท่องเที่ยว เกือบตลอดเวลา ก๋วยเตี๋ยวโบราณในภาษาจีนนั่นเอง อีกทั้งในประวัติศาสตร์ก็มีบันทึกด้วยว่า คนญี่ปุ่นเริ่มรู้จักบะหมี่น้ำในคริสต์ศตวรรษที่ 17 (ยุคเมจิ) จากการที่โทคุกาวะ มิทซึคุนิ ไดเมียวสมัยเอโดะ ได้รับประทานเป็นคนแรก ซึ่งในสมัยนั้น ราเมน จะถูกเรียกว่า “ชินะโซบะ” ที่แปลว่าโซบะจีน แต่ถึงอย่างนั้น ราเมน ก็ยังไม่เป็นที่รู้จักในแดนอาทิตย์อุทัยเท่าไรนัก นอกจากนี้ยังมีราเม็งประเภทราเม็งสดและเครื่องปรุงราเม็งขายอยู่ในร้านขายของชำของญี่ปุ่น เพื่อให้ง่ายและรวดเร็วกว่าการทำ แต่จะใช้เวลามากขึ้นเล็กน้อย เพื่อเตรียมความพร้อมมากกว่า ราเมน กึ่งสำเร็จรูป เพราะนอกจากจะต้องต้มเส้นให้สุกอล้วยังต้อง ชาวจีนที่ค้าขายอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ก็หัวใสทำราเมงขายคู่กับเกี๊ยวซ่า จัดเป็นชุดขายให้คนที่ใช้แรงงานได้กินอย่างอิ่มหนำสำราญ โดยในยุคนั้นก็มีการตะโกนโฆษณาเรียกลูกค้ากันด้วย ซึ่งนั่นก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนญี่ปุ่นรู้จักราเมงกันอย่างแพร่หลายนับแต่นั้นเป็นต้นมา ปรุงน้ำซุปจากเครื่องปรุงสำเร็จรูปเพื่อให้ได้รสชาติที่คุณต้องการ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับราเม็งคุณภาพและสะดวกเหมือนร้านอาหารในบ้านของคุณเอง โดยปัจจุบันนี้ ราเมน ก็ถือว่าเป็นอาหารเส้นดาวเด่นในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมื่อปี ค.ศ. 1958  โมโมฟุคุ อันโด ผู้ก่อตั้งนิชชินฟู้ดส์ได้คิดค้นดัดแปลงทำ ราเมน เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ต่อยอดความนิยมของราเมงให้ไปไกลทั่วทุกพื้นที่ในญี่ปุ่น รวมมาถึงพื้นที่อื่น ๆ ในโลก เช่น ประเทศไทยของเราก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ติดใจในรสชาติบะหมี่ญี่ปุ่น